วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559
จำหน่ายแบตเตอรี่ ใหม่ ทั้งร้าน ถูกกว่าเมืองฝาง และเชียงใหม่
เชิญพิสูจน์ ราคาได้ที่บ้านหล่ายแบตเตอรี่ บ้านเวียงหวาย ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 1,900 บาทเท่านั้น สำหรับกระบะ เก๋งเริ่มต้นที่ 1,300 บาท
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
แนะนำ บ้านหล่าย แบตเตอรี่ จะเปิดบริการ เร็วนี้ครับ
แบตเตอรี่ สำหรับ รถเก๋ง แบบแห้ง
แบตเตอรี่ สำหรับ รถกระบะ(ปิคอัพ) แบบแห้ง
แบตเตอรี่ สำหรับรถเก๋ง แบบเติมน้ำ
แบตเตอรี่ สำหรับรถกระบะ(ปิคอัพ) หรือ 6 ล้อ แบบเติมน้ำ
แบตเตอรี่ 6 ล้อ 10 ล้อ แบบเติมน้ำ
แบตเตอรี่ สำหรับ มอเตอร์ไซร์ (รถเครื่อง)
แบตเตอรี่ ยี่ห้อ จี เอส (GS)
แบตเตอรี่ ยี่ห้อ 3 เค (3K)
แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม มีสาเหตุและสังเกตุดูได้อย่างไร?
แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม มีสาเหตุและสังเกตุดูได้อย่างไร?
แบตเตอรี่ที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดปกติมีอายุการใช้งานประมาณ
1.5 ถึง 2.5
ปี ประสิทธิภาพจะลดลงหรือเสื่อมไปเลย
แต่ก็มีไม่น้อยที่แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
ก่อนเวลาอันสมควร และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมและจะมีวิธีสังเกตุอย่างไรว่าแบตเตอรี่ของรถเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพแล้ว
สาเหตุที่ทำให้ แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
ก่อนกำหนด
1. Under Charging ทำให้แบเตอรี่รถยนต์เสื่อม
จากการประจุไฟที่น้อยเกินควร อาจเนสาเหตุให้
:
-แบตเตอรี่ประจุไฟได้ยาก
จากการเกิดคราบขาวที่แผ่นธาตุ
-แผ่นธาตุเสื่อมสภาพ
2.
Over Charging ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม จากการประจุไฟที่มากเกินไป
อาจเป็นสาเหตุให้:
-น้ำกลั่นแปรสภาพเป็นแก๊สมากทำให้ระดับน้ำกลั่นลดลง
-แผ่นธาตุเสื่อมเนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น
-ทำให้ผงตะกั่วเกิดการสึกกร่อนจากแผ่นธาตุ
-แผ่นธาตุงอโค้ง
-ลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
3. Short Circuit ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
จากการลัดวงจรในช่องแบตเตอรี่ อาจเป็นสาเหตุให้
:
-เกิดตะกอนที่อยู่ส่วนล่างของหม้อแบตเตอรี่
-เกิดจากการแตกหักหรือการเสื่อมสภาพของแผ่นกั้นระหว่างแผ่นธาตะบวก
และแผ่นธาตุลบ
4. ปัญหาจากระบบไฟในรถ
ทำให้ แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
จากอาจเป็นสาเหตุให้:
-ใช้อุปกรณ์เสริมมากเกินไป
ทำให้กำลังไฟไม่พอ เช่น
ระบบเครื่องเสียง, ไฟตัดหมอก
ฯลฯ
-การเปลี่ยนแปลงขนาดของแบตเตอรี่
-การลัดวงจรของสวิทซ์ไฟต่างๆ
ในรถ
-ประสิทธิภาพการทำงานของไดชาร์จไม่เต็มที
5. Impurity ทำให้
แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม จากการมีสารอันตรายปะปนในหม้อแบตเตอรี่
เกิดจาก :
-
ใช้น้ำกรดไม่ได้คุณภาพ
-น้ำกลั่นที่เติมลงไปไม่บริสุทธิ์
6. Sulfation ทำให้
แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม จากการเกิดซัลเฟตสีขาวเกาะติดอยู่ที่บริเวณแผ่นธาตุ
เกิดจาก:
-ปล่อยทิ้งแบตเตอรี่ไว้นานๆ
โดยไม่นำไปใช้
-การประจุไฟที่น้อยเกินไป
(Under Charging)
-แผ่นธาตุโผล่พ้นระดับน้ำกรด
ข้อสังเกตด้วยตัวเองเมื่อ แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
เครื่องยนต์เริ่มสตาร์ทติดยาก
ไฟหน้าไม่ค่อยสว่าง
ระบบกระจกไฟฟ้าทำงานช้าลง
ระบบไฟฟ้าในรถทำงานผิดปกติ
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ ให้ทนทานและคุ้มค่าที่สุด
ไม่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้จะเป็นแบบแห้งหรือแบบที่ต้องเติมน้ำกลั่นก็ควร
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์มีการตรวจเช็คเดือนละครั้งเป็นอย่างน้อยหรือตอนที่เปิดฝาประโปรงก็ควรตรวจเช็คมันก็ดูๆมอง
ๆ มันบ้าง
เพราะมันก็ไม่ได้ใช้เวลามากมายอะไรในการตรวจเช็ค
โดยดูแลสภาพภายนอกในส่วนที่สัมผัสได้คือ
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ให้ทนทานและคุ้มค่าที่สุด
1. ตรวจสอบสภาพภายนอกของแบตเตอรี่
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์
อย่าให้มีรอยแตกร้าว เพราะจะทำให้แบตเตอรี่
จะไม่เก็บประจุไฟฟ้าการบวมหรือเสียรูปของแบตเตอรี่ เกิดจากความร้อน
หรือการประจุไฟเกินหรือการระบายแรงดันไม่ดี แบตแตกร้าว
ต้องดูว่ามี
ร่องรอยการซึมออกมาของกรดหรือของเหลวที่บรรจุภายในหรือเปล่า
ใน
จุดที่ไม่ใช่รูระบายอากาศ หรือช่องหายใจ
เช่น ตามขอบ
ฝาครอบ หรือ
ความเสียหายของแบตเนื่องจากการประจุแรง
ระบายแรงดันภายในไม่ทัน
หรือแม้แต่การัดของตัวยึดที่แน่นเกินไปขยับดูตัวแบตเตอรี่ว่าติดกับฐาน
แน่นพอดีหรือไม่
เอาแค่ดึงมือเพราะการขันตัวล็อคให้แน่นเกินไป
โดย
เฉพาะชนิดที่เป็นเหล็กพาดผ่านตัวแบตนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของแบตเตอรี่
บวมหรือแตกร้าวได้
2. ดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดเสมอ
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์
ถ้ามีคราบเกลือหรือสกปกรกเกิดขึ้นให้ทำความ
สะอาด ขยับดูขั้วแบตเตอรี่ว่าแน่นดีหรือไม่
ถ้าขยับได้คขันให้แน่นเช็คว่า
ขั้วของแบตเตอรี่สกปรกหรือมีขี้เกลือเกาะติดหรือเปล่า
กรณีที่ติดตั้งครั้ง
แรกควรซื้อแผ่นรองขั้วแบตที่ชุบสารหล่อลื่นไส่ที่ขั้วแบตตั้งแต่แรก แต่ถ้า
ขั้วแบตสกปรกก็ควรทำความสะอาดด้วยการใช้น้ำอุ่นถึงร้อนค่อยๆ
เทราด
ลงไปที่ขั้วแบตแล้วใช้แปรงสีฟันเก่าขัดจนขั้วสะอาด
จากนั้นเช็คให้แห้ง
แล้วใช้จาระบีหรือวาสลีนทาบางๆให้ทั่วที่ขั้วแบตเตอรี่
3. ตรวจสภาพของระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์
ตรวจระดับน้ำกลั่นให้ได้ตามระดับที่กำหนดใน
แบตเตอรี่ ถ้าเป็นแบตชนิดที่ต้องเติมน้ำกลั่นควรเช็คและเติมน้ำกลั่นให้อยู่
ในช่วงระดับ
ไม่ควรให้ระดับน้ำกลั่นต่ำกว่าขีดล่างสุด
มากกว่า 5มม.หรือ
ครึ่งซม.
แม้ว่าระดับดังกล่าวของเหลวยังคงสูงกว่าแผ่นธาตุแต่ถ้ารถเอียง
หรือทางลาดชันจะทำให้ระดับของเหลวไม่ท่วมแผ่นธาตุ
และไม่ควรเติม
สูงเกินไป จะทำให้ขั้วแบตสกปรกจากขี้เกลือเร็วขึ้นมาก
4. ตรวจเช็คระบบไฟชาร์จของอัลเตอร์เนเตอร์
ระบบไฟชาร์จต่ำหรือสูงไปไหม ถ้าต่ำไปจะมีผลทำให้กำลังไฟไม่พอใช้ในขณะสตาร์ตเครื่องยนต์
หรือถ้าสูงไปจะทำให้น้ำกรดและน้ำกลั่นอยู่ภายในเดือดและระเหยเร็ว
5. ช่วงที่มีอากาศหนาวหรืออุณหภูมิต่ำ
ประสิทธิภาพการแพร่กระจายของน้ำกรดและน้ำกลั่นจะด้อยลง
เพราะ
ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้กระแสไฟมากๆ
ขณะอากาศเย็น
6. ควรศึกษาถึงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
อุปกรณ์เสริมที่ใช้กำลังไฟเยอะ เช่น
ระบบเครื่องเสียง ไฟตัดหมอก
ฯลฯ ให้เหมาะสมกับแบตเตอรี่และไดชาร์จ
เพื่อที่จะให้วงจรการไหลของไฟฟ้าเป็นไปด้วยดี
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
การตรวจสอบดูแลระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่
การตรวจสอบดูแลระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่
เป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นในเรื่องของการดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูสุด
และเป็นการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นด้วย
การดูแลระดับน้ำกรดของแบตเตอรี่นั้นเราไม่ควรปล่อยให้ระดับน้ำกรดลดลงไปเยอะหรือจนแห้ง
ซึ่งจะมีผลทำให้แบตเตอรี่มีกำลังไฟไม่พอที่จะใช้งานได้
หรืออาจรุนแรงถึงขั้นทำให้แบตเตอรี่เสียได้เลย อันเนื่องมาจากสาเหตุแผ่นธาตุไหม้
ซึ่งถ้าระดับน้ำกรดลดลงไปก็จะส่งผลทำให้แอมป์ในแบตลดลงไปด้วยหรือภาษาชาวบ้านก็คือไฟหมด
ไฟไม่พอ ทำให้ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ติดได้เพราะกำลังไฟในแบตลดลงนั้นเอง และต้องนำมาอัดไฟเพิ่มเข้าไปใหม่เพื่อให้แบตฯมีกำลังพอให้กลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง
แต่อาจส่งผลกับระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ในระยะยาวอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงไปบ้างได้ ยิ่งถ้าเราปล่อยให้ระดับน้ำกรดในแบตแห้งลงไปก็จะทำให้แผ่นธาตุไหม้ทำให้แบตเตอรี่เสียอย่างถาวรไม่สามารถอัดไฟเข้าไปใหม่ให้กลับมาใช้งานได้อีก
การดูแลสำหรับแบตเตอรี่ชนิดเติมน้ำกลั่นหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าแบตน้ำ
นั้นเราควรตรวจดูระดับน้ำกรดเป็นประจำทุกๆสัปดาห์หรือไม่ควรเกินทุกๆ 2 สัปดาห์
ส่วนสำหรับแบตเตอรี่ชนิดพร้อมใช้หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่าแบตแห้ง
เราควรตรวจดูระดับน้ำกรดทุกๆ 5-6
เดือน(และต้องเป็นแบตพร้อมใช้ชนิดที่สามารถเติมน้ำกลั่นได้เท่านั้น)
วิธีเติมและตรวจสอบระดับน้ำกรด ควรเติมด้วยน้ำกลั่นเท่านั้นให้อยู่ในระดับคอล่างของแต่ละช่องที่ยืดลงไป
และไม่ควรเติมเยอะกว่าคอล่างจะทำให้เวลาเดือดน้ำกลั่นจะระเหยล้นออกมา
และขึ้นขี้เกลือ เกิดความสกปรกกับห้องเครื่องยนต์นั้นเอง
วิธีการตรวจสอบดูก็คือคอยตรวจดูเป็นประจำตามแต่ชนิดแบตเตอรี่ที่ใช้ว่าเป็นแบตชนิดเติมน้ำกลั่นหรือชนิดพร้อมใช้
ถ้าระดับน้ำกรดลดลงไปกว่าคอล่างก็ให้เราเติมน้ำกลั่นลงไปให้ได้ระดับคอล่างของแต่ละช่องทุกๆช่องนั้นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


















