แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม มีสาเหตุและสังเกตุดูได้อย่างไร?
แบตเตอรี่ที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดปกติมีอายุการใช้งานประมาณ
1.5 ถึง 2.5
ปี ประสิทธิภาพจะลดลงหรือเสื่อมไปเลย
แต่ก็มีไม่น้อยที่แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
ก่อนเวลาอันสมควร และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมและจะมีวิธีสังเกตุอย่างไรว่าแบตเตอรี่ของรถเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพแล้ว
สาเหตุที่ทำให้ แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
ก่อนกำหนด
1. Under Charging ทำให้แบเตอรี่รถยนต์เสื่อม
จากการประจุไฟที่น้อยเกินควร อาจเนสาเหตุให้
:
-แบตเตอรี่ประจุไฟได้ยาก
จากการเกิดคราบขาวที่แผ่นธาตุ
-แผ่นธาตุเสื่อมสภาพ
2.
Over Charging ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม จากการประจุไฟที่มากเกินไป
อาจเป็นสาเหตุให้:
-น้ำกลั่นแปรสภาพเป็นแก๊สมากทำให้ระดับน้ำกลั่นลดลง
-แผ่นธาตุเสื่อมเนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น
-ทำให้ผงตะกั่วเกิดการสึกกร่อนจากแผ่นธาตุ
-แผ่นธาตุงอโค้ง
-ลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
3. Short Circuit ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
จากการลัดวงจรในช่องแบตเตอรี่ อาจเป็นสาเหตุให้
:
-เกิดตะกอนที่อยู่ส่วนล่างของหม้อแบตเตอรี่
-เกิดจากการแตกหักหรือการเสื่อมสภาพของแผ่นกั้นระหว่างแผ่นธาตะบวก
และแผ่นธาตุลบ
4. ปัญหาจากระบบไฟในรถ
ทำให้ แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
จากอาจเป็นสาเหตุให้:
-ใช้อุปกรณ์เสริมมากเกินไป
ทำให้กำลังไฟไม่พอ เช่น
ระบบเครื่องเสียง, ไฟตัดหมอก
ฯลฯ
-การเปลี่ยนแปลงขนาดของแบตเตอรี่
-การลัดวงจรของสวิทซ์ไฟต่างๆ
ในรถ
-ประสิทธิภาพการทำงานของไดชาร์จไม่เต็มที
5. Impurity ทำให้
แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม จากการมีสารอันตรายปะปนในหม้อแบตเตอรี่
เกิดจาก :
-
ใช้น้ำกรดไม่ได้คุณภาพ
-น้ำกลั่นที่เติมลงไปไม่บริสุทธิ์
6. Sulfation ทำให้
แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม จากการเกิดซัลเฟตสีขาวเกาะติดอยู่ที่บริเวณแผ่นธาตุ
เกิดจาก:
-ปล่อยทิ้งแบตเตอรี่ไว้นานๆ
โดยไม่นำไปใช้
-การประจุไฟที่น้อยเกินไป
(Under Charging)
-แผ่นธาตุโผล่พ้นระดับน้ำกรด
ข้อสังเกตด้วยตัวเองเมื่อ แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
เครื่องยนต์เริ่มสตาร์ทติดยาก
ไฟหน้าไม่ค่อยสว่าง
ระบบกระจกไฟฟ้าทำงานช้าลง
ระบบไฟฟ้าในรถทำงานผิดปกติ
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ ให้ทนทานและคุ้มค่าที่สุด
ไม่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้จะเป็นแบบแห้งหรือแบบที่ต้องเติมน้ำกลั่นก็ควร
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์มีการตรวจเช็คเดือนละครั้งเป็นอย่างน้อยหรือตอนที่เปิดฝาประโปรงก็ควรตรวจเช็คมันก็ดูๆมอง
ๆ มันบ้าง
เพราะมันก็ไม่ได้ใช้เวลามากมายอะไรในการตรวจเช็ค
โดยดูแลสภาพภายนอกในส่วนที่สัมผัสได้คือ
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ให้ทนทานและคุ้มค่าที่สุด
1. ตรวจสอบสภาพภายนอกของแบตเตอรี่
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์
อย่าให้มีรอยแตกร้าว เพราะจะทำให้แบตเตอรี่
จะไม่เก็บประจุไฟฟ้าการบวมหรือเสียรูปของแบตเตอรี่ เกิดจากความร้อน
หรือการประจุไฟเกินหรือการระบายแรงดันไม่ดี แบตแตกร้าว
ต้องดูว่ามี
ร่องรอยการซึมออกมาของกรดหรือของเหลวที่บรรจุภายในหรือเปล่า
ใน
จุดที่ไม่ใช่รูระบายอากาศ หรือช่องหายใจ
เช่น ตามขอบ
ฝาครอบ หรือ
ความเสียหายของแบตเนื่องจากการประจุแรง
ระบายแรงดันภายในไม่ทัน
หรือแม้แต่การัดของตัวยึดที่แน่นเกินไปขยับดูตัวแบตเตอรี่ว่าติดกับฐาน
แน่นพอดีหรือไม่
เอาแค่ดึงมือเพราะการขันตัวล็อคให้แน่นเกินไป
โดย
เฉพาะชนิดที่เป็นเหล็กพาดผ่านตัวแบตนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของแบตเตอรี่
บวมหรือแตกร้าวได้
2. ดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดเสมอ
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์
ถ้ามีคราบเกลือหรือสกปกรกเกิดขึ้นให้ทำความ
สะอาด ขยับดูขั้วแบตเตอรี่ว่าแน่นดีหรือไม่
ถ้าขยับได้คขันให้แน่นเช็คว่า
ขั้วของแบตเตอรี่สกปรกหรือมีขี้เกลือเกาะติดหรือเปล่า
กรณีที่ติดตั้งครั้ง
แรกควรซื้อแผ่นรองขั้วแบตที่ชุบสารหล่อลื่นไส่ที่ขั้วแบตตั้งแต่แรก แต่ถ้า
ขั้วแบตสกปรกก็ควรทำความสะอาดด้วยการใช้น้ำอุ่นถึงร้อนค่อยๆ
เทราด
ลงไปที่ขั้วแบตแล้วใช้แปรงสีฟันเก่าขัดจนขั้วสะอาด
จากนั้นเช็คให้แห้ง
แล้วใช้จาระบีหรือวาสลีนทาบางๆให้ทั่วที่ขั้วแบตเตอรี่
3. ตรวจสภาพของระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่
การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์
ตรวจระดับน้ำกลั่นให้ได้ตามระดับที่กำหนดใน
แบตเตอรี่ ถ้าเป็นแบตชนิดที่ต้องเติมน้ำกลั่นควรเช็คและเติมน้ำกลั่นให้อยู่
ในช่วงระดับ
ไม่ควรให้ระดับน้ำกลั่นต่ำกว่าขีดล่างสุด
มากกว่า 5มม.หรือ
ครึ่งซม.
แม้ว่าระดับดังกล่าวของเหลวยังคงสูงกว่าแผ่นธาตุแต่ถ้ารถเอียง
หรือทางลาดชันจะทำให้ระดับของเหลวไม่ท่วมแผ่นธาตุ
และไม่ควรเติม
สูงเกินไป จะทำให้ขั้วแบตสกปรกจากขี้เกลือเร็วขึ้นมาก
4. ตรวจเช็คระบบไฟชาร์จของอัลเตอร์เนเตอร์
ระบบไฟชาร์จต่ำหรือสูงไปไหม ถ้าต่ำไปจะมีผลทำให้กำลังไฟไม่พอใช้ในขณะสตาร์ตเครื่องยนต์
หรือถ้าสูงไปจะทำให้น้ำกรดและน้ำกลั่นอยู่ภายในเดือดและระเหยเร็ว
5. ช่วงที่มีอากาศหนาวหรืออุณหภูมิต่ำ
ประสิทธิภาพการแพร่กระจายของน้ำกรดและน้ำกลั่นจะด้อยลง
เพราะ
ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้กระแสไฟมากๆ
ขณะอากาศเย็น
6. ควรศึกษาถึงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
อุปกรณ์เสริมที่ใช้กำลังไฟเยอะ เช่น
ระบบเครื่องเสียง ไฟตัดหมอก
ฯลฯ ให้เหมาะสมกับแบตเตอรี่และไดชาร์จ
เพื่อที่จะให้วงจรการไหลของไฟฟ้าเป็นไปด้วยดี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น